Review โหมโรง The Overture

AdminOctober 29, 2022

รับชมหนังออนไลน์มาพร้อมความบันเทิง ครบครันทุกความบันเทิงที่คุณต้องชม

ช่วงเวลาของคนรักหนัง หรือ ผู้ที่ชื่นชอบการหาหนัง ภาพยนตร์ ตัวละคร ต่างๆบางท่านดูเพื่อความสนุก ความบันเทิง คลายเครียด นับว่าเป็นกิจกรรมที่ทำแล้วจรรโลงใจ หรือ หลายๆท่านสร้างแรงบันดาลใจได้จากการดูหนังอีกด้วย นับว่ามีประดญชน์และได้มองเห็นมุมในหลายๆแบบ ทั้งสถานทีท่องเทียว การใช้ชีวิตต่างๆที่บอกได้เลยว่า หนังมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด และในบางเรื่องก็สร้างประกายอะไรมากมายให้กับความคิดของเราด้วยนะคะ และหากใครไม่อยากยุ่งยากในการรับชม เลือกเว็บดูหนังออนไลน์ดีๆ movie88th ที่มาพร้อมหนังคุณภาพ หนังHD หนังฮิตที่คุณจะได้ดูอย่างจุใจอีกด้วย 

โดยเว็บหนังออนไลน์ 918hdtv ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ตอบโจทย์ผู้ที่รักในการดูหนัง หรือ ใช้เวลาว่างจากกิจกรรมนี้ได้อย่างเต็มที่เลย เพราะคุณสามารถเลือกหนังที่คุณชอบ เวลาไหนวันใดคุณก็สามารถเข้าถึงเว็บได้ตามที่คุณต้องการ นับว่าโลกของ ดูหนังออนไลน์ ฟรี มันง่ายนิดเดียว ไม่ต้องกดตั๋ว เสียเงินค่าเดินทางแต่อย่างใด กดเข้าเว็บ ihdmovie คุณก็สามารถฟินกับหนังออนไลน์ หนังHD หนังที่มาพร้อมทั้งคุณภาพ ความสนุก สี เสียง ที่จะไม่ให้คุณรู้สึกรำคาญหรือกวนใจอีกด้วย 

ลิสหนังน่าสนใจสร้างความบันเทิงเพื่อคุณได้ทุกเวลา

หนังไทยที่แสดงความเป็นไทย เอกลักษณ์ ที่บ่งบอกถึงความชัดเจนด้สนดนตรีอย่างท่องแท้ กับหนังเรื่องนี้ โหมโรง ซึ่งถูกสร้างในปี 2547 (ผ่านมากว่า 13 ปีแล้ว !!!) โหมโรงกำกับโดย อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ ในส่วนดนตรีได้รับการควบคุมโดย ชาติชาย พงศ์ประภาพันธุ์ และ ชัยภัค ภัทรจินดา (คนดนตรีไทยน่าจะรู้จักดี) ตัวหนังได้รับเสียงชื่นชมมากมาย สร้างกระแสดนตรีไทยฟีเวอร์ ขนาดถูกนำไปสร้างเป็นละครทีวีและละครเวที โหมโรงเริ่มแรกเกือบจะถูกถอดไปแล้ว แต่โชคดีถูกต่อลมหายใจโดยพันทิป กระแสปากต่อปากช่วยเอาไว้ ในส่วนรางวัล หนังได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากสุพรรณหงส์ รางวัลต่างๆภายในประเทศมากมาย และถูกคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งชิงออสการ์ภาพยนตร์ต่างประเทศด้วย

เป็นหนังที่ได้รับดัดแปลงมาจากชีวิตของ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ครูคนสำคัญของวงการดนตรีไทย ศรเกิดมาในครอบครัวดนตรีไทยและได้รู้จักกับดนตรีไทยตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตมาก็มีพรสวรรค์ทางดนตรีสูงกว่าคนอื่น ทำให้ได้เข้าไปอยู่ในวงดนตรีหลวงที่มีเจ้านายคอยอุปถัมภ์ เป็นนายระนาดประจำวง ได้พบรักกับสาวในวัง ได้เข้าสู่ช่วงที่หมดหวังที่สุดในชีวิตเมื่อประชันระนาดแพ้ขุนอิน แต่สุดท้ายด้วยการฝึกฝนและคิดค้นทางระนาดใหม่ ทำให้สามารถเอาชนะขุนอินไปได้ 

เรื่องราวที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคของการนำเสนอดนตรีไทย ต้องเผชิญกับ อุปสรรคของดนตรีไทยอย่างวัฒนธรรมตะวันตกที่แพร่กระจายเข้ามาในสังคม นโยบายควบคุมดนตรีไทยและศิลปะแขนงต่างๆ จนทำให้ดนตรีไทยเข้าสู่ยุคโรยรา ซึ่งเป็นยุคที่ศรยากจะทำใจได้

เรื่องย่อของหนังเรื่องนี้คือ ศร” ต้องต่อสู้กับความรักของพ่อ…ความฝันที่จะเล่นดนตรีไทยต้องยุติลง เพียงเพราะความตายของพี่ชายอันเกิดจากชัยชนะในการประชันระนาด แต่นั่นใช่ความผิดของดนตรีไทยหรือ? เมื่อพ่อตัดสินใจเช่นนั้น เด็กน้อยก็ไม่มีทางเลือก น้องที่เล่นเป็นศรคือร้องเพลงเพราะมาก แสดงดีมากเช่นกัน ความรู้สึกของคนที่ถูกห้ามทำในสิ่งที่รัก ซีนพ่อพาศรไปไหว้ครูนี่คือดีมาก แค่ซีนแรกๆ พระเอกยังไม่ทันโต เราก็น้ำตาคลอแล้ว… ถึงแม้พาร์ตวัยเด็กจะใช้เวลาไม่นาน แต่ก็อัดแน่นด้วยความประทับใจ 

ศร เป้นนักระนาดเอกของเมืองอัมพวา ความภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง บางครั้งก็มากเกินไปจนกลายเป็นความผยอง จนกระทั่งเขาได้พบ ได้ยินเสียงของระนาดที่เหนือกว่าเขา เข้มแข็งและดุดันกว่าเขา จนยากที่จะเอาชนะ นั่นกลายเป็นความกลัว เสียงนั้นยังคอยหลอนให้ชายหนุ่มอย่างศรหวาดผวา และไม่กล้าเล่นระนาดอีก…แท้จริงแล้ว นี่ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างเขากับขุนอินเลย แต่นี่คือการต่อสู้ของศรกับใจของเขา…สำหรับจุดเด่นของเรื่องนี้คือ การประชันระนาด ตั้งแต่หลับตาตีระนาด ประชันต่างเมืองสองรุมหนึ่ง มาจนถึงการประชันกับขุนอิน เล่นกันสดๆ ไม่มีลิปซิงก์ ท้าทายผู้ชม ให้เห็นกันไปเลยว่าดนตรีไทยไม่ได้น่าเบื่อ เป็นการประชันระนาดที่น่าตื่นเต้น ลุ้นระทึกในทุกท่วงที ทุกลีลาที่บรรเลง

มีหลายข้อคิดให้เราได้พบเห็นและพูดคุยในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่แนวพีเรียดแบบเดิมๆ แต่ต้องยอมรับเรื่อง.กลวิธีการนำเสนอเรื่อง มีตัวละคร ศร เป็นตัวเอก แต่ใช้การตัดต่อผสมกับกันไปมาระหว่างชีวิตในสมัยที่ดนตรีไทยรุ่งเรือง กับสมัยที่ดนตรีไทยถูกดูถูก โดยการตัดสลับไปมา ตั้งแต่เรื่องเริ่ม set up ตัวละคร และ ดำเนิน เรื่องตั้งแต่developmentไปจนถึง confict ของศร ทั้งในยามหนุ่มและ ยามชรา ให้คนดูได้รับรู้ไปพร้อมๆกัน ซึ่งจังหวะการตัด ทำได้กลมกลืนทำให้อารมณ์ของเหตุการณ์ทั้งสองขับดันซึ่งกันและกัน และสื่อความหมายเชิงนามธรรมให้คนดูเอากลับไปตีความเอง ในหลายๆด้านด้วย อีกทั้งนักแสดง 

อย่ารอช้าที่จะเข้ามารับชมหนังเรื่องนี้ พร้อมการบรรเลงหลายคนที่คิดว่าไปฟังดนตรีไทยแล้วคงจะฟังไม่รู้เรื่องเพราะเสพยาก ขอบอกว่า เรื่องนี้เพลงสวยมาก และ ใช้ศิลปะการเล่าด้วยภาพได้ดี โดยแสดงอารมณ์เพลงออกมาโดยใช้สิ่งที่อยู่รอบๆเป็นตัวเล่าบรรยากาศ เช่น ความพริ้ว ของผ้าม่าน ,น้ำในแก้ว สีหน้าผู้ชม เป็นต้น โดยเฉพาะเพลงสุดท้ายที่หลวงประดิษฐ์เล่นคือเพลงแสนคำนึง เศร้าและไพเราะมาก อย่าพลาดชมได้แล้ววันี้ทางเว็บ ดูหนังออนไลน์